Rogers asia thailand

หน้าแรก ข่าวสารและบทความ

บริการพิธีการศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าจากจีน ต้องรู้อะไรบ้าง 

เข้าใจบริการพิธีการศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าจากจีนเพื่อให้ดำเนินธุรกิจอย่างราบรื่น

การนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สร้างกำไรได้อย่างมหาศาลเนื่องจากจีนเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ที่มีราคาทุนต่ำ และ มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ทว่าหนึ่งในด่านหินที่สุดที่ทำให้ผู้ประกอบการทั้งมือใหม่ และ มือเก๋าตกม้าตายกันมานักต่อนักไม่ใช่เรื่องของการหาซัพพลายเออร์ หรือ การต่อรองราคา แต่คือ "ขั้นตอนพิธีการศุลกากร" โดยหลายๆคนมักเข้าใจผิดว่าการนำเข้าสินค้า แค่จ่ายเงินซื้อของแล้วรอรับของที่บ้านก็จบ แต่ในความเป็นจริง หากคุณทำระบบเอกสารไม่ถูกต้อง ไม่ทราบพิกัดอัตราศุลกากร หรือ ไม่ได้ขอใบอนุญาตสำหรับสินค้าควบคุม สิ่งที่จะตามมาคือ "สินค้าติดด่าน" ดังนั้นบทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมเกี่ยวกับ "บริการพิธีการศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าจากจีน" เพื่อให้การนำเข้าของคุณลื่นไหล และ ปลอดภัยที่สุด 

 

รูปแบบการนำเข้าสินค้าจากจีน

ก่อนจะไปดูเรื่องพิธีการศุลกากร เราต้องแยกแยะรูปแบบการนำเข้าที่มีในตลาดปัจจุบันออกเป็น 2 แบบหลักๆ เพื่อให้คุณเข้าใจความเสี่ยงและแนวทางที่ถูกต้อง

  1. การนำเข้าผ่านบริษัทชิปปิ้งทั่วไป (แบบเหมากิโล / เหมาตู้)
    เป็นวิธีที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์รายย่อยนิยมใช้ ชิปปิ้งจะคิดค่าบริการรวมค่าขนส่ง และ ค่าภาษีแบบเหมาจ่ายตามน้ำหนัก (กิโลกรัม) หรือ ปริมาตร (คิวบิกเมตร - CBM)
    • ข้อดี: สะดวก ง่าย ไม่ต้องทำเอกสารเอง
    • ข้อเสีย และ ความเสี่ยง: สินค้ามักจะถูกนำเข้ามาในนามของบริษัทชิปปิ้ง (หรือ ผู้นำเข้ารายอื่น) โดยเปิดใบขนสินค้าแบบสำแดงรวม คุณจะ ไม่มีใบเสร็จภาษีมูลค่าเพิ่ม (ใบกำกับภาษี) และ ไม่มีใบขนสินค้าที่เป็นชื่อบริษัทของคุณเอง ทำให้ไม่สามารถนำต้นทุนนี้ไปลงบัญชีบริษัทได้อย่างถูกต้อง เสี่ยงต่อการโดนตรวจสอบภาษีย้อนหลัง และ หากสินค้าเป็นสินค้าควบคุม ชิปปิ้งมักจะลักลอบนำเข้า ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะโดนกักสินค้าทั้งตู้
  2.  การนำเข้าแบบเป็นทางการ (Formal Importation / นำเข้าถูกกฎหมาย 100%)
    คือการที่ตัวคุณ หรือ บริษัทของคุณ จดทะเบียนเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรกับกรมศุลกากร และ ทำพิธีการโดยสำแดงชื่อบริษัทของคุณเป็น "ผู้นำเข้า" อย่างถูกต้อง
    • ข้อดี: ได้เอกสารใบขนสินค้าขาเข้า และ ใบเสร็จจากกรมศุลกากรเป็นชื่อบริษัทตนเอง นำไปหักค่าใช้จ่ายทางบัญชี และ เคลมภาษีซื้อ (VAT 7%) ได้ 100% ปลอดภัยจากการโดนยึด หรือ ตรวจย้อนหลัง เหมาะสำหรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
    • ข้อเสีย: มีขั้นตอนเอกสารที่ซับซ้อน และ ต้องมีความรู้เรื่องพิกัดอัตราศุลกากร จึงจำเป็นต้องใช้ "บริการตัวแทนออกของ" (Customs Broker หรือ ชิปปิ้ง) ที่ได้มาตรฐาน

 

ระบบพิกัดอัตราศุลกากร (HS Code) และ การใช้สิทธิ์ Form E

ความผิดพลาดในการระบุรหัสพิกัดสินค้า หรือ HS Code คือสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้ผู้นำเข้าโดนค่าปรับฐานสำแดงเท็จ

HS Code คือรหัสสากล 8 หลัก (สำหรับระบบอาเซียน) ที่ใช้ระบุประเภทของสินค้าเพื่อกำหนดอัตราภาษีอากรขาเข้า สินค้าชนิดเดียวกันแต่ทำจากวัสดุต่างกัน หรือ มีฟังก์ชันต่างกันเพียงเล็กน้อย อาจอยู่คนละพิกัด และเสียภาษีในอัตราที่ต่างกันลิบลับ

อิทธิพลของ Form E ต่อการนำเข้าจากจีน

ประเทศไทย และ จีนอยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือการค้าเสรี หากสินค้าที่คุณนำเข้ามีถิ่นกำเนิดในจีนและ มีเอกสาร Form E มาแสดงอย่างถูกต้อง พิกัดภาษีอากรขาเข้าที่เคยสูงถึง 20% - 30% อาจลดลงเหลือ 0% ทันที (คงเหลือจ่ายเพียงภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)

 

สินค้าจากจีนกลุ่มไหนบ้างที่เป็น "สินค้าควบคุม" ที่ต้องขอใบอนุญาต?

หากคุณคิดจะนำเข้าสินค้ากลุ่มเหล่านี้จากจีน คุณ ไม่สามารถ ทำพิธีการศุลกากรปกติได้ทันทีหากยังไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานเฉพาะที่กำกับดูแล (Non-Tariff Barriers) เช่น

  • เครื่องใช้ไฟฟ้า และ ของเล่นเด็ก: ต้องผ่านมาตรฐาน มอก. (สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม)
  • เครื่องสำอาง อาหาร ยา และ อาหารเสริม: ต้องขอขึ้นทะเบียน อย.
  • อุปกรณ์ไอที โทรศัพท์มือถือ โดรน และ อุปกรณ์ไร้สาย: ต้องขอใบอนุญาตจาก กสทช.
  • ชิ้นส่วนยานยนต์ และ ยางรถยนต์: อยู่ภายใต้การควบคุมของ สมอ. และ กระทรวงพาณิชย์
  • พืช ผัก ผลไม้ และ สัตว์เลี้ยง: ต้องมีใบรับรองปลอดศัตรูพืช และ ผ่านด่านกักกันพืช/สัตว์

 

เกณฑ์การเลือกผู้ให้บริการพิธีการศุลกากร (Customs Broker) มืออาชีพ

การมีพันธมิตรเป็นตัวแทนออกของที่ดี จะช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจไปได้มากกว่าครึ่ง ในการเลือกผู้ให้บริการพิธีการศุลกากร ควรพิจารณาจากเกณฑ์ต่อไปนี้

  1. ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง : ต้องเป็นบริษัทที่ขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทนออกของกับกรมศุลกากรอย่างเป็นทางการ และ มีพนักงานที่ผ่านการอบรมหลักแต่งตั้งเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ
  2. มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในกลุ่มสินค้าของคุณ: สินค้าแต่ละประเภทมีพิกัดศุลกากร และ ความยากง่ายในการขอใบอนุญาตต่างกัน ควรเลือกชิปปิ้งที่มีประสบการณ์เคสสินค้านั้นๆ มาก่อน
  3. โปร่งใส ตรวจสอบได้: มีการออกใบเสร็จรับเงินแท้จริงจากกรมศุลกากร ให้ลูกค้าทุกครั้ง ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่ไม่มีที่มาที่ไป
  4. มีระบบการทำงานที่เป็นสากล: สามารถให้คำปรึกษาเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษี การจัดเตรียม Form E และ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อสินค้าติดด่านได้อย่างมีหลักการ

 

การทำพิธีการศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าจากจีนให้ปลอดภัย และ ได้มาตรฐาน ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้หากคุณมีการเตรียมพร้อมที่ดี การทำความเข้าใจเรื่องเอกสาร การเช็กพิกัด HS Code ล่วงหน้า และการเลือกใช้บริการผู้เชี่ยวชาญที่มีความซื่อสัตย์ จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงบนฐานของกฎหมายที่ถูกต้อง

ดังนั้นเราจึงขอแนะนำ บริษัท โรเจอร์ กรุงเทพ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการพิธีการศุลกากร ที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังมีบริการโลจิสติกส์ และ มีบริการอื่นๆอย่างมืออาชีพ ทั้งยังมีบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์ ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทุกชนิดโดยเฉพาะ  อีกทั้งยังมี ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา ทางด้านการขนส่งสินค้า ได้หลากหลายประเภท สามารถขอคำแนะนำกับทางเราได้ตลอดเวลา ทางเรามีทีมงานคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับลูกค้าได้อย่างทันที เราจึงมั่นใจว่าจะบริการทุกธุรกิจได้อย่างราบรื่นนั้นเอง 

 

Website : https://www.rogers-thailand.com
Facebook : Rogers Thailand
E-mail : infoth@rogers-asia.com
Tel : 02 752 6417
Line : @rogersthailand

Powered by Froala Editor