Rogers asia thailand

หน้าแรก ข่าวสารและบทความ

ความแตกต่างของCustom Clearance กับ Free Trade Agreement (FTA)

เข้าใจหลักการของ Custom Clearance กับ FTA เพื่อให้เข้าใจข้อแตกต่าง และ ใช้อย่างเหมาะสม

ในโลกของการค้าระหว่างประเทศ คำว่า Custom Clearance (พิธีการศุลกากร) และ Free Trade Agreement (FTA หรือ ข้อตกลงการค้าเสรี) เป็นคำที่ผู้ประกอบการนำเข้า–ส่งออกต้องพบเจออยู่เสมอ แม้ทั้งสองคำจะมีความเกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศเหมือนกัน แต่มีบทบาท และ หน้าที่ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจแบบละเอียดว่า Custom Clearance และ FTA คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร และ เกี่ยวข้องกันในมุมไหน เพื่อให้คุณสามารถนำไปใช้ในธุรกิจได้อย่างถูกต้อง และ มีประสิทธิภาพ

 

ทำความเข้าใจ Custom Clearance (พิธีการศุลกากร)

Custom Clearance คือ กระบวนการทางกฎหมาย และ ระเบียบปฏิบัติที่สินค้าทุกชนิดต้องผ่านเมื่อมีการนำเข้า (Import) หรือ ส่งออก (Export) นอกประเทศ วัตถุประสงค์หลัก คือเพื่อให้รัฐบาลสามารถควบคุม ตรวจสอบ และ จัดเก็บภาษีอากรให้ถูกต้องตามกฎหมาย

 

โดยองค์ประกอบหลักของพิธีการศุลกากร ได้แก่

  1. การสำแดงรายการสินค้า (Declaration): การแจ้งรายละเอียดสินค้า เช่น ประเภท ปริมาณ น้ำหนัก และ มูลค่า ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Customs)
  2. การพิกัดอัตราศุลกากร (HS Code): การระบุรหัสสินค้าสากล 8-10 หลัก เพื่อกำหนดอัตราภาษีที่ต้องชำระ
  3. การตรวจปล่อยสินค้า (Release): เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร และ ชำระภาษีเรียบร้อยแล้ว สินค้าจะได้รับอนุญาตให้เคลื่อนย้ายออกจากท่าเรือ หรือ ด่านศุลกากรได้

 

ทำความเข้าใจ Free Trade Agreement (FTA)

FTA คือ ข้อตกลงระหว่างประเทศสองประเทศขึ้นไป (ทวิภาคี หรือ พหุภาคี) ที่มีเป้าหมายเพื่อลด หรือยกเว้นภาษีศุลกากร และ อุปสรรคทางการค้าอื่นๆ ระหว่างกัน เพื่อให้การแลกเปลี่ยนสินค้า และ บริการมีความคล่องตัว และ มีต้นทุนที่ต่ำลง

ซึ่งจุดเด่นของ FTA ได้แก่

  1. สิทธิประโยชน์ทางภาษี: สินค้าที่ผลิตในประเทศสมาชิกอาจได้รับสิทธิ์เสียภาษีนำเข้าในอัตรา 0% หรือต่ำกว่าอัตราปกติ (MFN Rate)
  2. กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin): เงื่อนไขสำคัญที่ระบุว่าสินค้าต้องถูกผลิต หรือ แปรรูปในประเทศสมาชิกตามเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะได้รับสิทธิ์ FTA
  3. การขยายตลาด: จะช่วยให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้นเนื่องจากราคาต้นทุนที่ลดลง

 

ขั้นตอนการเตรียมตัวเพื่อใช้สิทธิ์ FTA ในกระบวนการศุลกากร

เพื่อให้การนำเข้า-ส่งออกเป็นไปอย่างราบรื่น และประหยัดต้นทุนที่สุด การใช้สิทธิ์ FTA ควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

  1.  ตรวจสอบ HS Code ให้แม่นยำ
    พิกัดศุลกากร คือหัวใจหลัก หากระบุรหัสผิด นอกจากจะไม่ได้สิทธิ์ FTA แล้ว ยังอาจโดนค่าปรับจากการสำแดงเท็จอีกด้วย
  2. ตรวจสอบเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin)
    สินค้าบางชนิดไม่ใช่แค่ผลิตในไทยแล้วจะได้สิทธิ์ทันที แต่อาจต้องมีสัดส่วนวัตถุดิบในประเทศ (RVC) ไม่น้อยกว่า 40% หรือ ต้องมีการเปลี่ยนพิกัดศุลกากร (CTC) ตามที่ข้อตกลงนั้นๆ กำหนด
  3. การขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (C/O)
    ผู้ส่งออกต้องขอเอกสารนี้จากกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อส่งให้ผู้นำเข้าในต่างประเทศใช้ยื่นต่อศุลกากรปลายทาง
  4. การจัดการเอกสาร (Documentation) ควรเก็บรักษาเอกสารการผลิต และ หลักฐานการนำเข้าวัตถุดิบไว้อย่างน้อย 5 ปี เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนหลังจากเจ้าหน้าที่ศุลกากร (Post-Audit)


ซึ่งจะเห็นว่าการเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Custom Clearance และ FTA จะช่วยให้ธุรกิจของคุณก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ โดย

  • Custom Clearance จะช่วยให้ธุรกิจของคุณมั่นคง ปลอดภัยจากค่าปรับ และ รักษาชื่อเสียงในการเป็นผู้นำเข้า-ส่งออกที่ดีได้
  • FTA คือเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยลดต้นทุนอย่างมหาศาล ที่ทำให้ราคาสินค้าของคุณสู้กับคู่แข่งในระดับสากลได้

 

หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาด การปรึกษาชิปปิ้ง (Shipping Agent) ที่มีความเชี่ยวชาญจะเหมาะสมที่สุด สุดท้ายแล้ว “ความรู้ด้านกฎระเบียบ” คือกุญแจสำคัญของความสำเร็จในธุรกิจระหว่างประเทศ แต่ถ้าหากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาชิปปิ้งที่มีประสบการณ์เราขอแนะนำ บริษัท โรเจอร์ กรุงเทพ จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทนำเข้า ส่งออกที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังมีบริการโลจิสติกส์ และ มีบริการอื่นๆอย่างมืออาชีพ ทั้งยังมีบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์ ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทุกชนิดโดยเฉพาะ  อีกทั้งยังมี ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา ทางด้านการขนส่งสินค้า ได้หลากหลายประเภท สามารถขอคำแนะนำกับทางเราได้ตลอดเวลา ทางเรามีทีมงานคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับลูกค้าได้อย่างทันที เราจึงมั่นใจว่าจะบริการทุกธุรกิจได้อย่างราบรื่นนั้นเอง 


ติดต่อสอบถาม

Website : https://www.rogers-thailand.com
Facebook : Rogers Thailand
E-mail : infoth@rogers-asia.com
Tel : 02 752 6417
Line : @rogersthailand

Powered by Froala Editor