คลังสินค้าปลอดภาษีกับ Free Zone ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี
แนะนำ 7 ข้อแตกต่างของคลังสินค้าปลอดภาษีกับ Free Zone เพื่อให้เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม
สำหรับธุรกิจที่มีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ นำเข้าวัตถุดิบเพื่อผลิต หรือ ใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า คำว่า คลังสินค้าปลอดภาษี, คลังสินค้าทัณฑ์บน, Free Zone หรือ เขตปลอดอากร มักถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง เพราะเกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนภาษีอากร และ การจัดการสินค้าระหว่างประเทศโดยตรง แต่คำเหล่านี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทั้งหมด ในทางศุลกากร คำที่ถูกต้องสำหรับพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้เก็บของภายใต้สิทธิประโยชน์ด้านศุลกากรคือ “คลังสินค้าทัณฑ์บน” (Bonded Warehouse) ส่วน “เขตปลอดอากร” (Free Zone) เป็นพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือ กิจการอื่นตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยของที่นำเข้าไปในเขตดังกล่าวได้รับสิทธิประโยชน์ทางศุลกากรตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกโครงสร้าง ข้อกฎหมาย คุณสมบัติ สิทธิประโยชน์ทางภาษี และ ให้แนวทางในการตัดสินใจเลือกระหว่างคลังสินค้าปลอดภาษี และ Free Zone อย่างมืออาชีพ
ทำความรู้จัก "คลังสินค้าปลอดภาษี"
คลังสินค้าปลอดภาษี หรือ ที่ภาษาศุลกากรเรียกอย่างเป็นทางการว่า "คลังสินค้าทัณฑ์บน" (Bonded Warehouse) หมายถึง สถานที่ที่ได้รับอนุมัติจากกรมศุลกากรให้จัดตั้งขึ้น เพื่อใช้สำหรับเก็บรักษา นำเข้า หรือ พักสินค้าที่นำมาจากต่างประเทศ โดย "พักการชำระอากรขาเข้า และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)" ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าสินค้านั้นจะถูกปล่อยออกไปจำหน่ายในประเทศ หรือ ส่งออกกลับไปยังต่างประเทศ
ทำความรู้จัก "เขตปลอดอากร" (Free Zone)
เขตปลอดอากร (Free Zone) หมายถึง เขตพื้นที่ที่กำหนดไว้เพื่อประโยชน์ทางศุลกากรในการประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือ กิจการอื่นที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ โดยถือว่า "พื้นที่ภายในเขตปลอดอากร เสมือนอยู่นอกประเทศในทางศุลกากร " จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติศุลกากร เพื่อส่งเสริมการส่งออก การลงทุนอุตสาหกรรม และ พัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการค้า และ โลจิสติกส์ของภูมิภาค
เจาะลึกความแตกต่าง 7 มิติสำคัญ: คลังสินค้าปลอดภาษี VS Free Zone
แม้ว่าทั้งสองระบบจะมีเป้าหมายในการช่วยผ่อนปรนภาระภาษีเหมือนกัน แต่ในรายละเอียดการปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิประโยชน์กลับมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญดังนี้
1. สถานะทางกฎหมาย และ ขอบเขตพื้นที่
- คลังสินค้าปลอดภาษี : ถือเป็น "พื้นที่ภายในประเทศ" ที่ได้รับอนุมัติเฉพาะอาคาร หรือ สถานที่เขตจัดเก็บสินค้า โดยมีเงื่อนไข และ มาตรการควบคุมของศุลกากรอย่างเข้มงวด
- Free Zone: ถือเป็น "พื้นที่นอกประเทศในทางศุลกากร" กฎหมายศุลกากร และ กฎหมายควบคุมบางฉบับจะไม่ถูกนำมาบังคับใช้ภายในเขตพื้นที่ Free Zone
2. สิทธิประโยชน์ทางภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และ ภาษีอื่น
- คลังสินค้าปลอดภาษี: พักการชำระอากรขาเข้า แต่เรื่อง ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับการซื้อขายวัตถุดิบ หรือ สินค้าภายในประเทศที่จะนำเข้าคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้น อาจยังมีเงื่อนไขการเรียกเก็บ หรือยื่นชำระตามระบบภาษีปกติ (เว้นแต่จะได้รับการยกเว้นตามกฎหมายเฉพาะ)
- Free Zone: การนำสินค้าจากภายในประเทศเข้าไปใน Free Zone เพื่อการส่งออก หรือ ใช้ในการผลิตเพื่อส่งออก จะได้รับสิทธิประโยชน์ อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 0% (VAT 0%) หรือ ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มทันที นอกจากนี้ยังได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตอีกด้วย
3. สิทธิประโยชน์ด้านมาตรการทางการค้า และ ใบอนุญาต
- คลังสินค้าปลอดภาษี: สินค้าที่นำเข้ามาเก็บในคลังฯ ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมการนำเข้าของหน่วยงานรัฐต่างๆ (เช่น ใบอนุญาต มอก., อย., กรมการค้าภายใน) ตั้งแต่วันที่นำสินค้าเข้ามาในคลัง
- Free Zone: สินค้า วัตถุดิบ เครื่องจักร หรือ อุปกรณ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศเข้ามาใน Free Zone ได้รับการยกเว้นการบังคับใช้มาตรฐาน ใบอนุญาต หรือ มาตรการควบคุมการนำเข้า-ส่งออก (เช่น ไม่ต้องมีใบอนุญาต อย. หรือ มอก. ในขั้นตอนการนำเข้าเข้ามาพัก/ผลิตใน Free Zone) แต่ถ้าหากจะนำสินค้าออกจาก Free Zone เข้ามาขายในประเทศ จึงจะต้องขอใบอนุญาตตามปกติ
4. เครื่องจักร อุปกรณ์ และ เครื่องมือในการประกอบกิจการ
- คลังสินค้าปลอดภาษี: สิทธิประโยชน์มักเน้นไปที่ "สินค้า หรือ วัตถุดิบ" ที่นำมาจัดเก็บ หรือ ผลิตเท่านั้น ไม่รวมถึงเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือ เครื่องมือที่นำเข้ามาใช้ในโรงงาน
- Free Zone: นำเข้า เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ รวมถึงส่วนประกอบที่จำเป็นต่อการผลิต การจัดเก็บ หรือ การดำเนินงาน เข้ามาใน Free Zone ได้โดย ได้รับการยกเว้นอากรขาเข้า และ VAT
5. กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า และ สิทธิ FTA
- คลังสินค้าปลอดภาษี: การนำสินค้าเข้ามาผลิตในคลังสินค้าทัณฑ์บน หากต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามกรอบข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ตอนนำออกขายในประเทศ อาจมีข้อจำกัดทางเทคนิคในการคำนวณสัดส่วนถิ่นกำเนิดสินค้า
- Free Zone: มีกฎหมายรองรับสิทธิประโยชน์ถิ่นกำเนิดสินค้าอย่างชัดเจน หากนำวัตถุดิบจากต่างประเทศเข้ามาผลิตใน Free Zone จนเกิดการเปลี่ยนสายพันธุ์ภาษี หรือ มีสัดส่วนมูลค่าเพิ่มในประเทศ ตามเงื่อนไข เมื่อนำสินค้าออกจาก Free Zone เข้ามาขายในประเทศ จะ สามารถใช้สิทธิคำนวณอากรตามอัตราของสินค้าสำเร็จรูป หรือ เลือกใช้สิทธิประโยชน์ FTA ได้
6. ระยะเวลาในการจัดเก็บสินค้า
- คลังสินค้าปลอดภาษี: ปกติกำหนดระยะเวลาจัดเก็บสินค้าไว้ไม่เกิน 2 ปี (สามารถขอขยายเวลาได้ตามความจำเป็น แต่ต้องได้รับอนุมัติจากกรมศุลกากร)
- Free Zone: ไม่จำกัดระยะเวลาการจัดเก็บสินค้า ผู้ประกอบการสามารถเก็บรักษาวัตถุดิบ หรือ สินค้าไว้ใน Free Zone ได้นานเท่าที่ต้องการ โดยไม่มีภาระเรื่องกรอบเวลาบังคับ
7. เงื่อนไขการจำหน่ายสินค้าภายในประเทศ
- คลังสินค้าปลอดภาษี (ประเภทโรงงานผลิต): ออกแบบมาเพื่อเน้นการ "ส่งออก 100%" หากต้องการนำสินค้าที่ผลิตได้ออกมาขายในประเทศ จะต้องทำเรื่องขออนุมัติเป็นกรณีพิเศษ และ ต้องชำระอากรขาเข้าของวัตถุดิบย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่ม
- Free Zone: มีความยืดหยุ่นสูงกว่า สามารถผลิตเพื่อส่งออก หรือ นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศก็ได้ โดยหากนำเข้ามาขายในประเทศ ก็เพียงแค่ชำระภาษีอากร และ VAT ตามสภาพสินค้า ณ วันที่นำออกจาก Free Zone เข้าสู่ประเทศไทย
จะเห็นว่าทั้ง คลังสินค้าปลอดภาษี (Bonded Warehouse) และ เขตปลอดอากร (Free Zone) ต่างเป็นสิทธิประโยชน์ทางศุลกากรที่ทรงประสิทธิภาพในการช่วยลดต้นทุน เพิ่มสภาพคล่อง และ สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในการค้าต่างประเทศ การเลือกใช้รูปแบบใดนั้น จึงไม่มีคำตอบที่ถูกที่สุดแบบเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ "โครงสร้างห่วงโซ่อุปทานกลยุทธ์การตลาด และ ความพร้อมขององค์กรคุณ" เป็นสำคัญ ดังนั้นหากสนใจใช้บริการ คลังสินค้าปลอดภาษีเราขอแนะนำ บริษัท โรเจอร์ กรุงเทพ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ คลังสินค้าปลอดอากรได้มาตรฐาน อีกทั้งยังมีบริการอื่นๆอย่างมืออาชีพ ทั้งยังมีบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์ ในการขนส่งทุกชนิดโดยเฉพาะ อีกทั้งยังมี ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา ทางด้านการขนส่ง ได้หลากหลายประเภท สามารถขอคำแนะนำกับทางเราได้ตลอดเวลา ทางเรามีทีมงานคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับลูกค้าได้อย่างทันที เราจึงมั่นใจว่าจะบริการทุกธุรกิจได้อย่างราบรื่นนั้นเอง
ติดต่อสอบถาม
Website : https://www.rogers-thailand.com/th/
Facebook : https://shorturl.asia/USdpj
E-mail : infoth@rogers-asia.com
Tel : 064-181-1587
Powered by Froala Editor