Rogers asia thailand

หน้าแรก › ข่าวสารและบทความ

คลังสินค้าปลอดอากรใกล้ท่าเรือหรือสนามบิน มีข้อดีอย่างไร

6 เหตุผลที่ทำไมหลายบริษัทจึงนิยมใช้คลังสินค้าปลอดอากรใกล้ท่าเรือหรือสนามบิน

ธุรกิจนำเข้า และ ส่งออกไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะเรื่องราคาสินค้า หรือ คุณภาพเท่านั้น แต่ยังแข่งขันกันที่ ความเร็วในการขนส่ง ต้นทุนโลจิสติกส์ การบริหารสินค้าคงคลัง และ ความสามารถในการส่งมอบสินค้าให้ตรงเวลา สำหรับบริษัทที่ต้องนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ หรือ ส่งออกสินค้าไปหลายประเทศ การเลือกทำเลของคลังสินค้าจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการเลือก คลังสินค้าปลอดอากรใกล้ท่าเรือ หรือ สนามบิน ซึ่งสามารถช่วยให้กระบวนการรับ และ กระจายสินค้ามีความคล่องตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเลือกคลังสินค้าปลอดอากรไม่ได้ดูเพียงคำว่า “ใกล้ท่าเรือ” หรือ “ใกล้สนามบิน” เท่านั้น แต่ต้องพิจารณาสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ ประเภทสินค้า เงื่อนไขศุลกากร ระบบควบคุมสินค้าคงคลัง ค่าใช้บริการ ความปลอดภัย และ ความสามารถในการรองรับการดำเนินงานของธุรกิจด้วย ดังนั้นบทความนี้จึงจะพาไปดูว่า คลังสินค้าปลอดอากรใกล้ท่าเรือ หรือ สนามบินมีข้อดีอย่างไร เหมาะกับธุรกิจประเภทไหน และ ก่อนเลือกใช้บริการควรตรวจสอบเรื่องใดบ้าง 

ทำความรู้จักกับ "คลังสินค้าปลอดภาษี" 

คลังสินค้าปลอดอากร คือ พื้นที่ที่ได้รับการอนุมัติจัดตั้งตามกฎหมายศุลกากรให้เป็นเขตสิทธิประโยชน์พิเศษ เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การพาณิชย์ และ อุตสาหกรรม

จุดเด่นทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดคือ "สินค้าต่างประเทศที่นำเข้ามาจัดเก็บ แปรรูป ผสม ประกอบ หรือบรรจุใหม่ในพื้นที่นี้ จะถือว่ายังไม่ได้นำเข้าสู่ราชอาณาจักร" ส่งผลให้ผู้ประกอบการ ยังไม่ต้องชำระภาษีอากรขาเข้า และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จนกว่าจะมีการนำสินค้านั้นออกจากคลังปลอดอากรไปจำหน่ายภายในประเทศ และ หากสินค้านั้นถูกส่งออกไปยังประเทศที่สาม ก็จะได้รับการยกเว้นภาษีอากรโดยสมบูรณ์

6 ข้อดีสำคัญของการเลือกใช้คลังสินค้าปลอดอากรใกล้ท่าเรือ หรือ สนามบิน

1. การบริหารกระแสเงินสด และ สภาพคล่องทางบัญชี 

เมื่อนำเข้าสินค้าล็อตใหญ่จากต่างประเทศ การต้องจ่ายภาษีอากรขาเข้า และ VAT ทันทีอาจทำให้เงินจมเป็นหลักล้าน หรือ หลายสิบล้านบาท การใช้คลังปลอดอากรช่วยให้:

  • ชะลอการจ่ายภาษี : ชำระภาษีเฉพาะสินค้าส่วนที่ตัดขายออกสู่ตลาดในประเทศจริงเท่านั้น
  • ไม่ต้องวางหลักประกัน : ลดค่าใช้จ่าย และ ภาระการขอค้ำประกันธนาคารสำหรับสินค้าผ่านแดน หรือรอการแปรรูป
  • ซื้อวัตถุดิบในประเทศสิทธิ VAT 0%: การนำวัตถุดิบภายในประเทศเข้าสู่เขตปลอดอากรเพื่อประกอบหรือ ผลิตส่งออก จะได้รับสิทธิประโยชน์ VAT 0% ช่วยลดต้นทุนลงได้ทันที

2. ลดระยะเวลา และ ต้นทุนการขนส่งในประเทศ

ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ท่าเรือ (Port) หรือ สนามบิน (Airport) ช่วยตัดส่วนต่างค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป:

  • ระยะทางสั้นลง: ลดค่ารถลากตู้คอนเทนเนอร์ และ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในการขนส่งจากท่าเรือ/สนามบินมายังคลังสินค้า
  • ลดความเสี่ยงจากการจราจรติดขัด: ช่วยให้การเคลื่อนย้ายสินค้าจากหน้าเรือ หรือ เที่ยวบินเข้าสู่คลังทำได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเผชิญปัญหารถติดในเมือง
  • ลดค่าธรรมเนียมการคืนตู้/ค่าคืนคืนคอนเทนเนอร์ : เนื่องจากคลังอยู่ใกล้ท่าเรือ จึงสามารถขนถ่ายสินค้าเข้าคลัง และ นำตู้เปล่าไปคืนสายการเรือได้ทันเวลา ป้องกันการโดนปรับค่ากักตู้

3. ความได้เปรียบทางธุรกิจ Re-Export และ การเป็น Hub กระจายสินค้าภูมิภาค 

สำหรับบริษัทข้ามชาติ หรือ ธุรกิจ Trader ที่นำเข้าสินค้ามาพักเพื่อส่งออกต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน (เช่น กลุ่ม CLMV หรือ อาเซียน)

  • ไม่ต้องจ่าย และ ไม่ต้องขอคืนภาษี : สินค้าที่นำเข้ามาเก็บใน Free Zone แล้วส่งออกไปยังประเทศที่สาม จะไม่ต้องชำระภาษีเลยตั้งแต่แรก ทำให้ไม่ต้องเผชิญกระบวนการขอคืนภาษีที่ซับซ้อน และ กินเวลานาน
  • Multi-Country Consolidation (MCC): สามารถนำเข้านวัตกรรม หรือ ชิ้นส่วนจากหลายประเทศมารวบรวม บรรจุใหม่ จัดชุด หรือ ติดฉลาก ใน Free Zone ก่อนส่งออกไปยังลูกค้านานาชาติได้อย่างเสรี

4. รองรับการทำงานแบบ Just-In-Time (JIT) และ เพิ่มความเร็วใน Supply Chain

  • ตอบโจทย์สินค้าที่เน้นความเร็วสูง : คลังปลอดอากร ใกล้สนามบิน เหมาะอย่างยิ่งกับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์, อะไหล่อากาศยาน, อุปกรณ์การแพทย์, ผลิตภัณฑ์แฟชั่นไฮเอนด์ หรือ สินค้าที่มีอายุการเก็บรักษาจำกัด เพราะทันทีที่เครื่องบินลงจอด สามารถย้ายสินค้าเข้าคลัง กระจายสินค้าออกได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • ตอบโจทย์สินค้าหนัก และ วัตถุดิบอุตสาหกรรม: คลังปลอดอากร ใกล้ท่าเรือ เหมาะสำหรับวัตถุดิบกลุ่มเหล็ก, ชิ้นส่วนยานยนต์, เครื่องจักรหนัก หรือ เคมีภัณฑ์ ที่นำเข้าทีละจำนวนมากทางเรือ

5. เพิ่มความยืดหยุ่นในการทำ Value-Added Services (VAS)

ภายในคลังสินค้าปลอดอากร ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกิจกรรมเติมมูลค่าให้สินค้าได้ภายใต้ความคุ้มครองทางภาษี เช่น:

  • การคัดแยก ตรวจสอบคุณภาพ (QC) และการซ่อมแซม
  • การผสม การประกอบชิ้นส่วน
  • การติดฉลากภาษาไทย/ภาษาประเทศปลายทาง และ การติดบาร์โค้ด
  • การเปลี่ยนขนาดบรรจุภัณฑ์ ให้เหมาะกับช่องทางการจัดจำหน่าย

6. ความปลอดภัย และ มาตรฐานการควบคุมของศุลกากรระดับสูง

เนื่องจากคลังสินค้าปลอดอากรต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เข้มงวดของกรมศุลกากร ทำให้คลังสินค้าประเภทนี้มักได้รับการออกแบบตามมาตรฐานสากล:

  • ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาตลอด 24 ชั่วโมง (กล้อง CCTV ทุกมุม, ระบบจำกัดสิทธิ์เข้า-ออก)
  • ระบบการจัดการคลังสินค้าที่เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ e-Customs ของศุลกากร ทำให้การเช็กสต็อกและ การตรวจสอบยอดสินค้าแม่นยำ 100%

การเลือกใช้ "คลังสินค้าปลอดอากรใกล้ท่าเรือ หรือ สนามบิน" ไม่ใช่เพียงทางเลือกในการเช่าพื้นที่เก็บสินค้า แต่เป็น "กลยุทธ์ลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง" ที่ผสานข้อดีของสิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากร เข้ากับข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของการขนส่ง สำหรับผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก หรือ บริษัทข้ามชาติที่ต้องการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน บริหารความเสี่ยง และ ยกระดับซัพพลายเชนให้รวดเร็วไร้รอยต่อ การลงทุนใช้บริการคลังสินค้าปลอดอากรในทำเลยุทธศาสตร์เหล่านี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืนในเวทีการค้าโลก ดังนั้นหากสนใจใช้บริการคลังสินค้าปลอดอากรเราขอแนะนำ บริษัท โรเจอร์ กรุงเทพ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ คลังสินค้าปลอดอากรได้มาตรฐาน อีกทั้งยังมีบริการอื่นๆอย่างมืออาชีพ ทั้งยังมีบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์ ในการขนส่งทุกชนิดโดยเฉพาะ  อีกทั้งยังมี ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา ทางด้านการขนส่ง ได้หลากหลายประเภท สามารถขอคำแนะนำกับทางเราได้ตลอดเวลา ทางเรามีทีมงานคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับลูกค้าได้อย่างทันที เราจึงมั่นใจว่าจะบริการทุกธุรกิจได้อย่างราบรื่นนั้นเอง 


ติดต่อสอบถาม

Website : https://www.rogers-thailand.com/th/ 

Facebook : https://shorturl.asia/USdpj 

E-mail : infoth@rogers-asia.com 

Tel : 02 752 6417

Powered by Froala Editor